บทความ : บ้านและสวน (ฉบับที่ 415 มีนาคม 2554)
เรื่องพิเศษ ไขข้อข้องใจ...เรื่องในสวน
สำหรับคนรักการจัดสวน หากได้ลงมือทำสวนด้วยตัวเอง เชื่อว่าต้องประสบปัญหาหรือมีข้อสงสัยกันอย่างแน่นอน คอลัมน์ “เรื่องพิเศษ”จึงเชิญ “มืออาชีพ”ซึ่งคลุกคลีกับการจัดสวนเรียกว่าอาบน้ำร้อนมาก่อน ให้มาช่วยไขข้อข้องใจยอดฮิตต่างๆนานาเกี่ยวกับสวนและต้นไม้ที่มักมีผู้อ่านถามมาบ่อยๆส่วนจะมีคำถามอะไรและมีใครมาตอบบ้างนั้น
คุณสุวรรณา อริยพัฒนกุล
ผู้ บริหาร In & Out Landscape บริษัทรับจัดและออกแบบภูมิทัศน์ซึ่งมีประสบการณ์มานานกว่า 28 ปี สร้างชื่อจากผลงานระดับประเทศมากมาย อาทิ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในช่วงการประชุม APEC 2003 บ้านพิษณุโลก สถานพักผ่อนเพื่อสุขภาพ ชีวาศรม ฯลฯ
Q : อยากซื้อต้นไม้มาจัดสวนที่บ้าน จะมีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง
A : ก่อนอื่นควรหาข้อมูลหรือปรึกษาผู้มีความรู้เรื่องต้นไม้ จากนั้นก็พิจารณาเรื่องสถานที่จัดสวน เช่น หากเป็นพื้นที่ที่ได้รับแสงไม่มากนัก ควรเลือกพันธุ์ไม้ทนร่ม หากเป็นพื้นที่กลางแจ้ง ได้รับแสงแดดตลอดวัน ก็สามารถปลูกไม้ดอกได้ดี เลือกต้นไม้ที่ทนแดด สำหรับการเลือกซื้อต้นไม้ โดยทั่วไปควรพิจารณาถึงความสมบูรณ์ของต้นไม้เป็นหลัก เลือกต้นที่ไม่มีร่องรอยของโรคแมลง ถ้ามีดอกให้เห็น จะทำให้แน่ใจได้ว่าเป็นชนิดที่ต้องการ เพราะบางต้นมีลักษณะของใบและลำต้นคล้ายกันมาก
อย่างไม้คลุมดิน โดยทั่วไปมักจะขายโดยบรรจุในถุงดำ ต้นไม้ชนิดนั้นๆจะต้องอยู่ในสภาพดี ไม่เหี่ยวแห้ง ลองดึงเบาๆแล้วลำต้นไม่หลุดจากถุง แสดงว่ามีรากเจริญเติบโตดี ควรเลือกต้นที่มีจำนวนกิ่งมาก ทรงพุ่มดูแน่น สวย มีใบแน่น หากมีดอก ให้เลือกถุงที่มีจำนวนดอกตูมมาก ไม้พุ่ม ต้องมีทรงพุ่มสวย แน่น สภาพสมบูรณ์ ไม่เหี่ยวแห้ง หากเป็นไม้พุ่มที่มีดอก ควรเลือกต้นที่มีดอกตูมเต็มต้น จะได้ชมดอกบานหลังจากที่ซื้อไปปลูกแล้ว ไม่มีรากโผล่จากก้นกระถางมากนัก เพราะแปลว่าต้นไม้ต้นนั้นมีขนาดโตเกินกระถาง ถึงเวลาที่ต้องย้ายกระถางแล้ว หากเป็นไม้หัวหรือมีลำต้นใต้ดิน ต้องเลือกที่กอใหญ่ มีจำนวนหัวมาก ลำต้นใหญ่ สมบูรณ์ แทงช่อดอกให้เห็น ไม้ยืนต้น ต้องมีระบบรากดี เมื่อเปิดตุ้มดินต้องพบรากแขนงยาวตรง ไม่ขดงอ หากแกะดูแล้วไม่พบรากเลย แปลว่าต้นไม้นั้นยังไม่ได้อนุบาลรากเลย ก็เปรียบเหมือนคนที่ถูกผ่าตัดแล้วยังไม่ได้เย็บแผล โอกาสที่เลือดจะไหลไม่หยุดก็มีมาก นอกจากนี้ควรเป็นต้นที่ผ่านการพักฟื้นอย่างน้อยเป็นระยะเวลา 60-180 วัน มีใบแตกใหม่แล้วพอสมควร (ต้นไม้บางชนิดใช้ระยะเวลาพักพื้นเป็นปี) หากไม่แน่ใจ อาจขอให้ผู้ขายช่วยแกะวัสดุห่อตุ้มดิน เพื่อขอดูสภาพรากว่าสมบูรณ์ดีหรือไม่
- ไม้ยืนต้นควรมาจากการเพาะเมล็ด เพราะจะได้ระบบรากที่สมบูรณ์และแข็งแรง
- หลังจากขุดล้อมมาแล้ว จะนำต้นไม้มาพักในเรือนเพาะอีก 90 วันถึง 2 ปี แล้วจึงนำไปปลูกในพื้นที่ที่กำหนด
- ควรนำต้นไม้ที่จะใช้งานไปพักไว้บริเวณที่จะจัดสวนก่อน เพื่อให้ต้นไม้ได้ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่
- ลดการคายน้ำของต้นไม้ใหญ่โดยใช้เพียงซาแรนห่อทรงพุ่ม วิธีนี้จะสามารถรักษาคุณภาพของทรงพุ่มเอาไว้ได้
- บำรุงด้วยฮอร์โมนเร่งราก เพื่อช่วยให้ต้นไม้แตกรากได้ดียิ่งขึ้น
Q : อยู่หมู่บ้านจัดสรร ดินที่ถมก็คุณภาพไม่ดีเลย ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น จะทำอย่างไรดี
A : ดินเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ดินที่ใช้ปลูกควรเป็นดินผสมที่อุดมด้วยธาตุอาหาร ประกอบด้วยหน้าดินและวัสดุปรุงดิน เช่น ขี้เถ้าแกลบ ขุยมะพร้าว ปุ๋ยอินทรีย์ ใบไม้แห้ง เพื่อทำให้ดินมีความร่วนซุย อย่าคิดไปเปลี่ยนดิน แต่ควรเลือกปลูกต้นไม้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นดิน ยกตัวอย่างเช่น
• ดินทราย หรือดินร่วนปนทราย ควรเลือกพรรณไม้ที่สามารถทนแล้งได้ดี ต้องการน้ำน้อย เช่น กระพี้จั่น แก้ว ชงโค จิกทะเล ชัยพฤกษ์ ไผ่ต่าง ๆ ปีบ พญาสัตบรรณ พะยอม มะขาม ลั่นทม ทองกวาว ทองหลางด่าง สารภี หูกระจง องุ่นทะเล เหลืองอินเดีย ขี้เหล็ก สนทะเล สนประดิพัทธ์ มะพร้าว และปาล์มชนิดต่าง ๆ
• ดินลูกรัง ควรเลือกพรรณไม้ที่ทนทาน เช่น กระถินณรงค์ ราชพฤกษ์ กาฬพฤกษ์ ชมพูพันธุ์ทิพย์ ประดู่ สะเดาบ้าน มะฮอกกานี และหางนกยูงฝรั่ง
• ดินเหนียว ดินเลน ควรเลือกพรรณไม้ที่ทนน้ำท่วมขังหรือชอบความชื้น เช่น กระทิง กุ่มน้ำ จิกน้ำ โสกน้ำ ตีนเป็ดฝรั่ง ขนุน สาเก หมากแดง และหลิว
Q : เพิ่งจัดสวนเสร็จ แต่ต้นไม้โทรมมาก บางต้นดูแคระแกร็น ไม่เจริญเติบโต เป็นเพราะอะไร
A : สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากระบบรากที่ไม่แข็งแรง โดยเฉพาะไม้ใหญ่ที่ขุดล้อมมานั้น ระบบรากจะถูกตัดรากแก้วและรากแขนงออก เหลือแต่รากฝอยเป็นส่วนใหญ่ หากมีการขนย้ายที่ไม่ดี จะทำให้รากได้รับความกระทบกระเทือน ส่งผลให้การเจริญเติบโตของต้นไม้ต้องชะงัก นอกจากนี้อาจเป็นกล้าไม้หรือไม้ที่ขุดล้อมมาแล้วรากแก้วเกิดการงอพับ ฉะนั้นควรจัดรากแก้วก่อนปลูก โดยการตัดรากที่ขดงออยู่ด้านล่างออกไป สำหรับข้อควรคำนึงถึงเบื้องต้นในการดูแลต้นไม้หลังจัดสวน ได้แก่
ไม่ ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ก่อนการปรับระดับดิน เพราะจะประสบปัญหาดินผสมยุบตัว ทำให้เกิดปัญหาน้ำขังรากเน่าตามมา ควรกดดินให้แน่นและปลูกให้สูงกว่าระดับดิน
ควรขุดหลุมปลูกต้นไม้ให้ใหญ่และกว้างกว่าตุ้มดินเดิม เพื่อใส่ดินผสมและปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไปในหลุม
ควร ปลูกต้นไม้ให้ถูกที่ จัดต้นไม้ที่มีนิสัยเหมือนกันอยู่ด้วยกัน เช่น เดหลีและฟิโลเดนดรอน ชอบปริมาณแสงน้อยและความชื้นมากเหมือนกัน สามารถนำมาปลูกในบริเวณเดียวกันได้
ต้องใช้อุปกรณ์สำหรับค้ำยันหรือ โยงยึด เช่น ท่อนไม้ยูคาลิปตัส ไม้สน เพื่อเสริมความแข็งแรงให้ไม้ต้นหรือไม้พุ่มขนาดใหญ่ หากเป็นไม้เลื้อย สิ่งสำคัญ คือ ซุ้ม รั้ว ผนัง หรือตาข่ายที่ต้องการใช้ยึดเกาะ ควรแข็งแรงพอกับการเจริญเติบโตของไม้นั้นๆ
• การรดน้ำต้นไม้ใหญ่ในระยะแรกควรรดอย่างสม่ำเสมอ ช่วงเช้าและเย็น เมื่อต้นไม้ตั้งตัวได้ แตกใบใหม่แล้ว จึงเปลี่ยนมารดนาน ๆ ครั้ง แต่ละครั้งต้องใช้เวลารดน้ำให้นาน เพื่อให้น้ำซึมผ่านลงไปถึงดินชั้นล่าง ๆ
• ควรรดน้ำตั้งแต่ยอดถึงโคน ต้นไม้จะได้รับความชุ่มชื้นอย่างทั่วถึง ให้เพียงพอกับความต้องการของต้นไม้แต่ละชนิด แต่ต้องไม่แฉะเกินไป
ให้ ปุ๋ยโดยพิจารณาสภาพและลักษณะนิสัยดิน ถ้าดินขาดธาตุอาหาร แต่มีความโปร่ง ร่วนซุยดี ควรใช้ปุ๋ยเคมีเสริมเพื่อเพิ่มธาตุอาหารในดินอย่างรวดเร็ว ถ้าดินขาดธาตุอาหาร แต่ดินแน่น ระบายน้ำไม่ดี ควรให้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปรับปรุงโครงสร้างดินควบคู่กับการให้ปุ๋ยเคมีไปด้วย
• การให้ปุ๋ยเคมีควรให้ตรงกับความต้องการของต้นไม้ ในปริมาณที่เพียงพอ โดยโรยรอบ ๆ โคนต้นหรือแนวชายพุ่ม ให้ห่างจากโคนต้น 10-20 เซนติเมตร ซึ่งเป็นบริเวณที่ใกล้กลุ่มรากมากที่สุด
หมั่นดูแลเรื่องโรคและแมลงศัตรูพืช
- การ ขุดล้อมต้นไม้ของ In & Out Landscape จะใช้เทคโนโลยีวัสดุล้อมตุ้มดินชนิดพิเศษที่เรียกว่า “spring ring” ผลิตจาก พอลิเอทิลีน ล้อมตุ้มดินอีกชั้น วัสดุนี้มีคุณสมบัติในการระบายอากาศ ทำให้เกิดรากตรงงอกใหม่ออกมามาก เมื่อนำไปปลูกจึงแตกแขนงออกมาได้มากขึ้น รากมีความแข็งแรง
Q : อยากให้แนะนำพรรณไม้น่าปลูกในบ้าน
A : พรรณไม้ที่เหมาะกับการปลูกไว้ใกล้กำแพงบ้าน ให้ทั้งความสวยงามและความปลอดภัย ได้แก่ เสลา ตะแบก แปรงล้างขวด หลิวทอง ปีบ คอร์เดีย รัตมา
• พรรณไม้ที่เหมาะกับการปลูกในมุมนั่งเล่นเพื่อชมสวนควรมีกลิ่นหอม ได้แก่ แก้ว ตันหยง บุนนาค บุหงาส่าหรี จำปี จำปา
• พรรณไม้ที่เหมาะกับปลูกในบ้านที่มีพื้นที่ไม่มากนัก ควรเลือกชนิดที่มีทรงพุ่มขนาดเล็ก ได้แก่ ลั่นทม คอร์เดีย แปรงล้างขวด ราชาวดี ยี่โถ วาสนา จันทน์ผา จันทน์หอม โกสน พุดซ้อน
• พรรณไม้ที่ให้ร่มเงาและบังแดดได้ ควรเป็นต้นไม้ที่มีใบแน่น ใบไม่ร่วงมาก มีทรงพุ่มกว้าง ลำต้นสูง
หากมีเนื้อที่มากหรืออยู่ในพื้นที่โล่ง ไม้ต้นที่เหมาะสม ได้แก่ ประดู่ นนทรี จามจุรี หูกวาง กัลปพฤกษ์ มะฮอกกานี
หากอยู่ในเขตบ้านพักอาศัยหรือมีเนื้อที่ไม่มาก ไม้ต้นที่เหมาะสม ได้แก่ เสี้ยว ชงโค โมกมัน จิกน้ำ พี้จั่น สำโรง
• พรรณไม้ที่เหมาะจะปลูกเพื่อบังกำแพงแนวรั้วและทัศนียภาพที่ไม่สวยงาม เป็นการพรางสายตา ให้ความเป็นส่วนตัว ได้แก่ โมก เฮลิโคเนีย เอื้องหมายนา จั๋ง ไทรเกาหลี
• พรรณไม้ที่มีสีสันสวยงามสามารถปลูกแทนไม้ดอก ได้แก่ โกสน ดอนญ่า หมากผู้หมากเมีย สาวสันทราย เข็มสามสี เตยด่าง สับปะรดสี กล้วยแดง พลับพลึงทอง
• พรรณไม้ที่เหมาะกับผู้คนมีพื้นที่อยู่อาศัยอย่างจำกัดและมีเวลาในการดูแล รักษาน้อย สามารถนำไม้แขวนและไม้กระถางมาจัดร่วมกันเป็นสวนแนวตั้งได้ โดยทำเป็นแผงปลูกต้นไม้หรือทำโครงสำหรับวางไม้กระถาง ควรเลือกพรรณไม้ที่มีความคงทน ดูแลง่าย เช่น เดป กล้วยไม้ เคราฤๅษี พลู เฟินสไบนาง และริปซาลิส
ผู้ บริหาร In & Out Landscape บริษัทรับจัดและออกแบบภูมิทัศน์ซึ่งมีประสบการณ์มานานกว่า 28 ปี สร้างชื่อจากผลงานระดับประเทศมากมาย อาทิ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในช่วงการประชุม APEC 2003 บ้านพิษณุโลก สถานพักผ่อนเพื่อสุขภาพ ชีวาศรม ฯลฯ
Q : อยากซื้อต้นไม้มาจัดสวนที่บ้าน จะมีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง
A : ก่อนอื่นควรหาข้อมูลหรือปรึกษาผู้มีความรู้เรื่องต้นไม้ จากนั้นก็พิจารณาเรื่องสถานที่จัดสวน เช่น หากเป็นพื้นที่ที่ได้รับแสงไม่มากนัก ควรเลือกพันธุ์ไม้ทนร่ม หากเป็นพื้นที่กลางแจ้ง ได้รับแสงแดดตลอดวัน ก็สามารถปลูกไม้ดอกได้ดี เลือกต้นไม้ที่ทนแดด สำหรับการเลือกซื้อต้นไม้ โดยทั่วไปควรพิจารณาถึงความสมบูรณ์ของต้นไม้เป็นหลัก เลือกต้นที่ไม่มีร่องรอยของโรคแมลง ถ้ามีดอกให้เห็น จะทำให้แน่ใจได้ว่าเป็นชนิดที่ต้องการ เพราะบางต้นมีลักษณะของใบและลำต้นคล้ายกันมาก
อย่างไม้คลุมดิน โดยทั่วไปมักจะขายโดยบรรจุในถุงดำ ต้นไม้ชนิดนั้นๆจะต้องอยู่ในสภาพดี ไม่เหี่ยวแห้ง ลองดึงเบาๆแล้วลำต้นไม่หลุดจากถุง แสดงว่ามีรากเจริญเติบโตดี ควรเลือกต้นที่มีจำนวนกิ่งมาก ทรงพุ่มดูแน่น สวย มีใบแน่น หากมีดอก ให้เลือกถุงที่มีจำนวนดอกตูมมาก ไม้พุ่ม ต้องมีทรงพุ่มสวย แน่น สภาพสมบูรณ์ ไม่เหี่ยวแห้ง หากเป็นไม้พุ่มที่มีดอก ควรเลือกต้นที่มีดอกตูมเต็มต้น จะได้ชมดอกบานหลังจากที่ซื้อไปปลูกแล้ว ไม่มีรากโผล่จากก้นกระถางมากนัก เพราะแปลว่าต้นไม้ต้นนั้นมีขนาดโตเกินกระถาง ถึงเวลาที่ต้องย้ายกระถางแล้ว หากเป็นไม้หัวหรือมีลำต้นใต้ดิน ต้องเลือกที่กอใหญ่ มีจำนวนหัวมาก ลำต้นใหญ่ สมบูรณ์ แทงช่อดอกให้เห็น ไม้ยืนต้น ต้องมีระบบรากดี เมื่อเปิดตุ้มดินต้องพบรากแขนงยาวตรง ไม่ขดงอ หากแกะดูแล้วไม่พบรากเลย แปลว่าต้นไม้นั้นยังไม่ได้อนุบาลรากเลย ก็เปรียบเหมือนคนที่ถูกผ่าตัดแล้วยังไม่ได้เย็บแผล โอกาสที่เลือดจะไหลไม่หยุดก็มีมาก นอกจากนี้ควรเป็นต้นที่ผ่านการพักฟื้นอย่างน้อยเป็นระยะเวลา 60-180 วัน มีใบแตกใหม่แล้วพอสมควร (ต้นไม้บางชนิดใช้ระยะเวลาพักพื้นเป็นปี) หากไม่แน่ใจ อาจขอให้ผู้ขายช่วยแกะวัสดุห่อตุ้มดิน เพื่อขอดูสภาพรากว่าสมบูรณ์ดีหรือไม่
- ไม้ยืนต้นควรมาจากการเพาะเมล็ด เพราะจะได้ระบบรากที่สมบูรณ์และแข็งแรง
- หลังจากขุดล้อมมาแล้ว จะนำต้นไม้มาพักในเรือนเพาะอีก 90 วันถึง 2 ปี แล้วจึงนำไปปลูกในพื้นที่ที่กำหนด
- ควรนำต้นไม้ที่จะใช้งานไปพักไว้บริเวณที่จะจัดสวนก่อน เพื่อให้ต้นไม้ได้ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่
- ลดการคายน้ำของต้นไม้ใหญ่โดยใช้เพียงซาแรนห่อทรงพุ่ม วิธีนี้จะสามารถรักษาคุณภาพของทรงพุ่มเอาไว้ได้
- บำรุงด้วยฮอร์โมนเร่งราก เพื่อช่วยให้ต้นไม้แตกรากได้ดียิ่งขึ้น
Q : อยู่หมู่บ้านจัดสรร ดินที่ถมก็คุณภาพไม่ดีเลย ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น จะทำอย่างไรดี
A : ดินเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ดินที่ใช้ปลูกควรเป็นดินผสมที่อุดมด้วยธาตุอาหาร ประกอบด้วยหน้าดินและวัสดุปรุงดิน เช่น ขี้เถ้าแกลบ ขุยมะพร้าว ปุ๋ยอินทรีย์ ใบไม้แห้ง เพื่อทำให้ดินมีความร่วนซุย อย่าคิดไปเปลี่ยนดิน แต่ควรเลือกปลูกต้นไม้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นดิน ยกตัวอย่างเช่น
• ดินทราย หรือดินร่วนปนทราย ควรเลือกพรรณไม้ที่สามารถทนแล้งได้ดี ต้องการน้ำน้อย เช่น กระพี้จั่น แก้ว ชงโค จิกทะเล ชัยพฤกษ์ ไผ่ต่าง ๆ ปีบ พญาสัตบรรณ พะยอม มะขาม ลั่นทม ทองกวาว ทองหลางด่าง สารภี หูกระจง องุ่นทะเล เหลืองอินเดีย ขี้เหล็ก สนทะเล สนประดิพัทธ์ มะพร้าว และปาล์มชนิดต่าง ๆ
• ดินลูกรัง ควรเลือกพรรณไม้ที่ทนทาน เช่น กระถินณรงค์ ราชพฤกษ์ กาฬพฤกษ์ ชมพูพันธุ์ทิพย์ ประดู่ สะเดาบ้าน มะฮอกกานี และหางนกยูงฝรั่ง
• ดินเหนียว ดินเลน ควรเลือกพรรณไม้ที่ทนน้ำท่วมขังหรือชอบความชื้น เช่น กระทิง กุ่มน้ำ จิกน้ำ โสกน้ำ ตีนเป็ดฝรั่ง ขนุน สาเก หมากแดง และหลิว
Q : เพิ่งจัดสวนเสร็จ แต่ต้นไม้โทรมมาก บางต้นดูแคระแกร็น ไม่เจริญเติบโต เป็นเพราะอะไร
A : สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากระบบรากที่ไม่แข็งแรง โดยเฉพาะไม้ใหญ่ที่ขุดล้อมมานั้น ระบบรากจะถูกตัดรากแก้วและรากแขนงออก เหลือแต่รากฝอยเป็นส่วนใหญ่ หากมีการขนย้ายที่ไม่ดี จะทำให้รากได้รับความกระทบกระเทือน ส่งผลให้การเจริญเติบโตของต้นไม้ต้องชะงัก นอกจากนี้อาจเป็นกล้าไม้หรือไม้ที่ขุดล้อมมาแล้วรากแก้วเกิดการงอพับ ฉะนั้นควรจัดรากแก้วก่อนปลูก โดยการตัดรากที่ขดงออยู่ด้านล่างออกไป สำหรับข้อควรคำนึงถึงเบื้องต้นในการดูแลต้นไม้หลังจัดสวน ได้แก่
ไม่ ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ก่อนการปรับระดับดิน เพราะจะประสบปัญหาดินผสมยุบตัว ทำให้เกิดปัญหาน้ำขังรากเน่าตามมา ควรกดดินให้แน่นและปลูกให้สูงกว่าระดับดิน
ควรขุดหลุมปลูกต้นไม้ให้ใหญ่และกว้างกว่าตุ้มดินเดิม เพื่อใส่ดินผสมและปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไปในหลุม
ควร ปลูกต้นไม้ให้ถูกที่ จัดต้นไม้ที่มีนิสัยเหมือนกันอยู่ด้วยกัน เช่น เดหลีและฟิโลเดนดรอน ชอบปริมาณแสงน้อยและความชื้นมากเหมือนกัน สามารถนำมาปลูกในบริเวณเดียวกันได้
ต้องใช้อุปกรณ์สำหรับค้ำยันหรือ โยงยึด เช่น ท่อนไม้ยูคาลิปตัส ไม้สน เพื่อเสริมความแข็งแรงให้ไม้ต้นหรือไม้พุ่มขนาดใหญ่ หากเป็นไม้เลื้อย สิ่งสำคัญ คือ ซุ้ม รั้ว ผนัง หรือตาข่ายที่ต้องการใช้ยึดเกาะ ควรแข็งแรงพอกับการเจริญเติบโตของไม้นั้นๆ
• การรดน้ำต้นไม้ใหญ่ในระยะแรกควรรดอย่างสม่ำเสมอ ช่วงเช้าและเย็น เมื่อต้นไม้ตั้งตัวได้ แตกใบใหม่แล้ว จึงเปลี่ยนมารดนาน ๆ ครั้ง แต่ละครั้งต้องใช้เวลารดน้ำให้นาน เพื่อให้น้ำซึมผ่านลงไปถึงดินชั้นล่าง ๆ
• ควรรดน้ำตั้งแต่ยอดถึงโคน ต้นไม้จะได้รับความชุ่มชื้นอย่างทั่วถึง ให้เพียงพอกับความต้องการของต้นไม้แต่ละชนิด แต่ต้องไม่แฉะเกินไป
ให้ ปุ๋ยโดยพิจารณาสภาพและลักษณะนิสัยดิน ถ้าดินขาดธาตุอาหาร แต่มีความโปร่ง ร่วนซุยดี ควรใช้ปุ๋ยเคมีเสริมเพื่อเพิ่มธาตุอาหารในดินอย่างรวดเร็ว ถ้าดินขาดธาตุอาหาร แต่ดินแน่น ระบายน้ำไม่ดี ควรให้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปรับปรุงโครงสร้างดินควบคู่กับการให้ปุ๋ยเคมีไปด้วย
• การให้ปุ๋ยเคมีควรให้ตรงกับความต้องการของต้นไม้ ในปริมาณที่เพียงพอ โดยโรยรอบ ๆ โคนต้นหรือแนวชายพุ่ม ให้ห่างจากโคนต้น 10-20 เซนติเมตร ซึ่งเป็นบริเวณที่ใกล้กลุ่มรากมากที่สุด
หมั่นดูแลเรื่องโรคและแมลงศัตรูพืช
- การ ขุดล้อมต้นไม้ของ In & Out Landscape จะใช้เทคโนโลยีวัสดุล้อมตุ้มดินชนิดพิเศษที่เรียกว่า “spring ring” ผลิตจาก พอลิเอทิลีน ล้อมตุ้มดินอีกชั้น วัสดุนี้มีคุณสมบัติในการระบายอากาศ ทำให้เกิดรากตรงงอกใหม่ออกมามาก เมื่อนำไปปลูกจึงแตกแขนงออกมาได้มากขึ้น รากมีความแข็งแรง
Q : อยากให้แนะนำพรรณไม้น่าปลูกในบ้าน
A : พรรณไม้ที่เหมาะกับการปลูกไว้ใกล้กำแพงบ้าน ให้ทั้งความสวยงามและความปลอดภัย ได้แก่ เสลา ตะแบก แปรงล้างขวด หลิวทอง ปีบ คอร์เดีย รัตมา
• พรรณไม้ที่เหมาะกับการปลูกในมุมนั่งเล่นเพื่อชมสวนควรมีกลิ่นหอม ได้แก่ แก้ว ตันหยง บุนนาค บุหงาส่าหรี จำปี จำปา
• พรรณไม้ที่เหมาะกับปลูกในบ้านที่มีพื้นที่ไม่มากนัก ควรเลือกชนิดที่มีทรงพุ่มขนาดเล็ก ได้แก่ ลั่นทม คอร์เดีย แปรงล้างขวด ราชาวดี ยี่โถ วาสนา จันทน์ผา จันทน์หอม โกสน พุดซ้อน
• พรรณไม้ที่ให้ร่มเงาและบังแดดได้ ควรเป็นต้นไม้ที่มีใบแน่น ใบไม่ร่วงมาก มีทรงพุ่มกว้าง ลำต้นสูง
หากมีเนื้อที่มากหรืออยู่ในพื้นที่โล่ง ไม้ต้นที่เหมาะสม ได้แก่ ประดู่ นนทรี จามจุรี หูกวาง กัลปพฤกษ์ มะฮอกกานี
หากอยู่ในเขตบ้านพักอาศัยหรือมีเนื้อที่ไม่มาก ไม้ต้นที่เหมาะสม ได้แก่ เสี้ยว ชงโค โมกมัน จิกน้ำ พี้จั่น สำโรง
• พรรณไม้ที่เหมาะจะปลูกเพื่อบังกำแพงแนวรั้วและทัศนียภาพที่ไม่สวยงาม เป็นการพรางสายตา ให้ความเป็นส่วนตัว ได้แก่ โมก เฮลิโคเนีย เอื้องหมายนา จั๋ง ไทรเกาหลี
• พรรณไม้ที่มีสีสันสวยงามสามารถปลูกแทนไม้ดอก ได้แก่ โกสน ดอนญ่า หมากผู้หมากเมีย สาวสันทราย เข็มสามสี เตยด่าง สับปะรดสี กล้วยแดง พลับพลึงทอง
• พรรณไม้ที่เหมาะกับผู้คนมีพื้นที่อยู่อาศัยอย่างจำกัดและมีเวลาในการดูแล รักษาน้อย สามารถนำไม้แขวนและไม้กระถางมาจัดร่วมกันเป็นสวนแนวตั้งได้ โดยทำเป็นแผงปลูกต้นไม้หรือทำโครงสำหรับวางไม้กระถาง ควรเลือกพรรณไม้ที่มีความคงทน ดูแลง่าย เช่น เดป กล้วยไม้ เคราฤๅษี พลู เฟินสไบนาง และริปซาลิส



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น