สู่สามัญ
“บ้านหลังนี้อาจเรียกได้ว่า
‘บ้านสูงสุดสู่สามัญ’
เพราะว่าวัสดุที่นำมาสร้างบ้านหลังนี้นำมาจากบ้านที่ใช้งบประมาณสร้างมากกว่า 10
ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อไม่อยากให้เศษวัสดุที่เหลือต้องสูญเปล่าหรือทิ้งไปโดยไร้ประโยชน์”
บ้านหลังนี้ทำให้ผมนึกถึงภาษิตบทหนึ่งของชาวเมืองเว้
ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของเวียดนามที่ว่า “บ้านไม่มีสวน (ต้นไม้) ก็เหมือนคนไม่สวมใส่อาภรณ์”
โดยชาวเวียดนามจะเรียกบ้านลักษณะนี้ว่า “หย่าเรือน” หรือ “บ้านสวน”
ซึ่งก็คือการสร้างบ้านท่ามกลางกำแพงที่ต้นไม้สูง อย่างต้นหูกวาง ขนุน มะม่วง ไผ่
หรือไม้ผลอย่างส้มเกลี้ยง มังคุด ต้นหม่อน ต้นตะโก เป็นต้น
นอกจากนี้ยังรวมถึงการปลูกพืชสมุนไพรต่างๆด้วยบ้านสวนของชาวเว้จึงไม่ใช่สวนผลไม้ที่มุ่งเก็บดอกผลไปขาย
หากคือบ้านอยู่อาศัยที่แนบชิดเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ
เพราะเว้ถือว่าบ้านสวนทำให้ทิวทัศน์ธรรมชาติเด่นขึ้น
และเสริมให้ตัวบ้านดูสง่างาม เช่นเดียวกันกับบ้านหลังนี้ ตัวบ้านจะแวดล้อมด้วยสวนส้ม
พืชผักนานาชนิด และไม้ยืนต้นชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นแนวคิดของ คุณสุวรรณา อาริยพัฒนกุล เจ้าของบ้านผู้ที่รักต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ
เจ้าของบ้านผู้ที่รักต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ
ดังนั้นเมื่อเราเดินผ่านประตูรั้วบ้านเข้ามา จึงได้กลิ่นของต้นแมงลักโชยเข้าจมูก
รั้วบ้านปลูกถี่วฝักยาวและต้นชะพลูเต็มตามรั้ว ลึกเข้าไปเป็นแปลงผักชนิดต่างๆ
บริเวณรั้วด้านในปลูกต้นกล้วยยืนตระหง่านเป็นแนว
ผสานด้วยเสียงไก่และเสียงเป็ดที่ร้องระงมอยู่ในเล้า
ภาพและเสียงของธรรมชาติเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นบนเนื้อที่ 2 ไร่แห่งนี้ ส่วนตัวบ้านนั้น
คุณสุวรรณาบอกว่า ใช้งบประมาณในการก่อสร้างน้อยมาก
เพราะใช้วัสดุเก่าที่เหลือจากการสร้างบ้านเรือนไทยหลังใหญ่เกือบทั้งหมด แล้วให้ คุณคทาชัย ผัสกุล เป็นผู้ออกแบบบ้านให้มีลักษณะสบายๆและไม่เป็นทางการมากนักซึ่งก็เป็นที่พอใจและชื่นชอบของเจ้าของบ้านมากทีเดียว
สำหรับภายในตัวบ้านจะมีบรรยากาศที่เบาสบาย
เพราะเจ้าของบ้านสร้างบ้านหลังนี้ไว้เพื่อมาพักผ่อนและใช้รับรองเพื่อนฝูงหรือบรรดาญาติพี่น้อง
ส่วนการแบ่งพื้นที่ใช้สอยนั้น เริ่มจากประตูทางเข้า ด้านขวามือคือแพนทรี่เล็กๆ
ถัดเข้าไปด้านในคือบริเวณนั่งเล่น รับแขกที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ลำใหญ่
ซึ่งแสดงถึงความตะวันออกอย่างัดเจน ด้านซ้ายมือเป็นส่วนรับประทานอาหารมุมนั่งเล่นดูปลา ในสระที่ขุดไว้บริเวณใต้ถุนบ้าน
สระน้ำนี้นอกจากจะให้ความเพลิดเพลินแล้ว
ยังช่วยปรับอุณหภูมิภายในบ้านให้เย็นสบายเพิ่มมากขึ้นด้วย
นอกจากนี้ผนังของบ้านทั้งหมดเป็นกระจกใส
เพราะเจ้าของบ้านต้องการเห็นธรรมชาติของสวนภายนอกได้ในทุกมุมของบ้าน ชั้นสองคือพื้นที่ที่ใช้พักผ่อนซึ่งมีเพียงห้องนอน
2 ห้องและห้องดูทีวีเท่านั้น
โดยทุกห้องสามารถมองเห็นสวนได้ทั้งหมด
ลักษณะเด่นของบ้านหลังนี้อยู่ที่การผสมผสานของวัสดุเช่นกระเบื้องหินแกรนิต หินอ่อน
และไม้ ที่สามารถนำตกแต่งให้ดูกลมกลืนกันได้
แม้กระทั่งหลังคาก็ใช้กระเบื้องลอนเล็กที่ดูไม่หรูหรานัก
จึงทำใหแขกมาเยือนรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง ส่วนเฟอร์นิเจอร์ แม้จะดูใหญ่สักหน่อย


















































