เรือนไทยในสวน
มีภาษิตบทหนึ่งของชาวเมืองเว้ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของเวียดนาม กล่าวไว้ว่า “บ้านไม่มีสวน (ต้นไม้) ก็เหมือนคนไม่สวมใส่อาภรณ์” บ้านที่มีต้นไม้ล้อมรอบนี้ ชาวเวียดนามเรียกว่า “หย่าเรือน” หรือ “บ้านสวน” ซึ่งเป็นบ้านที่สร้างอยู่ท่ามกลางกำแพงต้นไม้สูง อย่างหูกวาง ขนุน มะม่วง ไผ่ หรือไม้ผลอย่างส้มเกลี้ยง มังคุด ต้นหม่อม ต้นตะโก เป็นต้น นอกจากนี้ยังหมายรวมถึงการปลูกพืชสมุนไพรต่างๆ …บ้านสวนของชาวเว้จึงไม่ใช่สวนผลไม้ที่มุ่งเก็บดอกผลไปขาย หากคือบ้านอยู่อาศัยที่แนบชิดเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติเพราะชาวเว้ถือว่าบ้านสวนทำให้ทิวทัศน์ธรรมชาติเด่นขึ้น และเสริมให้บ้านดูสง่างาม
เช่นเดียวกันกับบ้านหลังนี้ ตัวบ้านเรือนไทยสวยสง่างามอยู่ท่ามกลางไม้ยืนต้นชนิดต่างๆ ที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีจากผู้เป็นเจ้าของ…
คุณสุวรรณา อาริยพัฒนกุล เป็นเจ้าของบริษัท In & Out Landscape จำกัด รับงานออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมและจัดสวนให้กับสถานที่ต่างๆ นับตั้งแต่บ้านพักอาศัยไปจนกระทั่งถึงอาคารสถานที่ต่างๆ โดยตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีของการบริหารงาน บริษัทแห่งนี้ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของบ้านและหน่วยงานต่างๆให้เป็นผู้ดำเนินงานออกแบบภูมิทัศน์ อาทิ สนามแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 (พ.ศ.2541) ในบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โครงการสวนควีนสิริกิติ์จังหวัดเชียงราย สวนสุขภาพชีวาศรมที่หัวหิน อาคารสำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และล่าสุดบริษัทของเธอได้ออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมให้กับสวนสุขภาพ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โรงแรม เจ ดับบลิว มาริออท ถนนเพลินจิต และอีกหลายต่อหลายโครงการด้วยกัน
กว่าที่เธอจะนำพาบริษัท In & Out Landscape ให้มีชื่อเสียงอยู่ในระดับแถวหน้าของวงการภูมิสถาปัตยกรรมได้นั้น เธอต้องเผชิญหน้ากับปัญหามากมาย นับตั้งแต่เมื่อสำเร็จการศึกษาจากภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรมหาลัยเกษตรศาสตร์
“สมัยที่ดิฉันจบมาใหม่ๆ (ราวปี2529) บริษัทที่ทำงานทางด้านนี้มีอยู่เพียงไม่กี่แห่ง และไม่นิยมรับผู้หญิงเข้าทำงาน เพราะเขาคิดว่างานด้านนี้เป็นงานที่ต้องใช้แรง ซึ่งไม่เหมาะที่จะให้ผู้หญิงไปคุม”
จุดนี้ทำให้ทำเธอรู้สึกเสียใจ…ที่ถูกตัดสินความสามารถด้วยเพียงเพราะเธอเกิดมาเป็นผู้หญิง เธอตัดสินใจเปิดบริษัทรับงานออกแบบจัดสวนและเพาะพันธุ์ต้นไม้เอง แต่แล้วเธอก็ต้องพบกับอุปสรรคอีกครั้ง เมื่อบุพการีของเธอต่างไม่เห็นด้วยกับความคิดดังกล่าว… คำทัดทานหรือจะหยุดยั้งความปรารถนาของเธอได้ เธอรวบรวมเงินที่เก็บสะสมและขายเครื่องประดับที่มีอยู่รวมเข้ากับเงินที่คุณแม่ให้ ด้วยเห็นว่าไม่สามารถทัดทานเธอได้ มาเช่าสถานที่เปิดร้านขายต้นไม้และรับจัดสวนแถวถนนรัชดาภิเษก
ด้วยความที่ไม่ประสีประสางานด้านธุรกิจจึงทำให้งานของเธอต้องล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอดแต่ด้วยความมานะ อดทน และความมุ่นมั่นที่จะก้าวเดินไปในเส้นทางที่เธอเลือก…บริษัท In & Out Landscape จึงได้ถือกำเนิดขึ้นพร้อมสัญลักษณ์ใบเลี้ยงคู่ ที่มีความหมายถึงการก่อกำเนิดและการสร้างสรรค์ผลงานอันยิ่งใหญ่สำหรับเธอ
เมื่อมองย้อนกลับไป การต่อสู้ของเธอมิได้เพื่อตัวเธอเองเท่านั้น หากแต่เป็นการต่อสู้บุกเบิกให้เกิดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการทำงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญให้เธอดำเนินงานตามที่เธอมุ่งหวังเธอและทีมงานคิดค้นสูตรดินผสมที่มีคุณภาพ เพาะพันธุ์ไม้ต่างๆ อาทิ ไม้ป่า ไม้ไทย และพันธุ์ไม้อื่นๆ อีกหลายชนิดขึ้น เพื่อทดแทนการขุดจากธรรมชาติมาใช้ดังเช่นที่นิยมปฏิบัติ รวมทั้งสร้างแนวทางพัฒนาระบบการอนุบาลต้นไม้ให้ได้มาตรฐานก่อนนำลงปลูก เพื่อลดค่าใช้จ่ายอันเกิดจากความเสียหายของต้นไม้ เธอริเริ่มจัดทำทรีฟาร์มหรือเนิร์สเซอรี่ในทุกภาคของประเทศ อาทิ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย จังหวัดเชียงราย และรวมถึงบ้านสวนรังสิตคลอง 12 อันเป็นที่พำนักของเธอ บ้าน…ที่เธอสร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของการทำงานหนัก
ด้วยเนื้อที่กว่า 10 ไร่แห่งนี้ จัดแบ่งเป็นพื้นที่พักฟื้นต้นไม้ซึ่งอยู่ด้านหน้า ถัดมาจัดเป็นที่ตั้งของบ้าน ประกอบด้วยเรือนพักผ่อนและสำนักงาน ลึกเข้าไปเป็นเรือนพักผ่อนและสำนักงาน ลึกเข้าไปเป็นเรือนเพาะชำต้นไม้ โดยภายในอาณาบริเวณที่จัดเป็นบ้านนั้นร่มครึ้มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ ซึ่งมีการจัดแต่งให้สวยงามอยู่เสมอ
“บ้านพอมีอายุสัก 5 ปี ต้นไม้กำลังเขียวครึ้ม จำเป็นที่เราต้องสร้างบรรยากาศขึ้น เช่น บริเวณที่เป็นลำธารเราก็จำสร้างน้ำตก ขยับต้นไม้ดอกไม้แต่งเติมมุมต่างๆ ทาสีบ้านเสียใหม่ ซึ่งนอกจากเราจะได้ความรู้สึกใหม่แล้ว คนที่มาเยือนก็มีความสุข” คุณสุวรรณา เล่าถึงบ้านเธออย่างมีความสุข
คุณสุวรรณาแบ่งสันพื้นที่ใช้สอยออกเป็น 2 ส่วน คือ โถงต้อนรับอยู่ส่วนกลางเชื่อมระหว่างเรือนสองหลัง และมีศาลาพักผ่อนตรงกลาง โดยเรือนหลังแรกจัดเป็นสำนักงาน ส่วนอีกหลังเป็นเรือนนอน ซึ่งเธอใช้พักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์
“แม้ดิฉันจะมีบ้านหลายหลัง แต่ก็รักบ้านทุกหลัง เพราะบ้านเกิดขึ้นจากจินตนาการของเรา ดิฉันรักบ้านสวนที่มีต้นไม้เยอะๆมาตั้งแต่เด็ก และใฝ่ฝันว่าอยากมีบ้านล้อมไปด้วยต้นไม้”
“ดิฉันจึงมีความสุขมากที่ได้มาที่นี่ ดิฉันตั้งชื่อบ้านนี้ว่า “บ้านสวนโลมฤดี” เพราะทุกครั้งที่มาที่นี่หรือพาเพื่อนๆมา ทุกคนจะมีความรู้สึกที่ดีเสมอ
“…ดิฉันรักบ้านหลังนี้มาก และจะรู้สึกหายเหนื่อยทันทีเมื่อได้เห็นต้นไม้ที่เราเอาใจใส่ดูแลเจริญเติบโต”
ทุกเช้าเธอมักจะออกมาเดินเล่นในสวน และเดินระเรื่อยไปจนถึงเรือนอนุบาลต้นไม้ ทักทายดอกไม้ทุกดอก ใบไม้ทุกใบ ไม้เว้นแม้มันจะร่วงโรยอยู่บนพื้น…เธอเรียนรู้วิถีชีวิตของทุกสรรพสิ่งในบ้านเรือนไทยแห่งนี้ด้วยความรักและเกื้อหนุนความสุขให้แก่กันและกัน…
รูปภาพจากหนังสือ






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น