สุวรรณา อาริยพัฒนกุล

วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

บทความ : หนังสือบ้านและสวน ฉบับที่ 281 มกราคม 2543


หนังสือบ้านและสวน ฉบับที่ 281 มกราคม 2543


 สู่สามัญ

 
“บ้านหลังนี้อาจเรียกได้ว่า ‘บ้านสูงสุดสู่สามัญ’ เพราะว่าวัสดุที่นำมาสร้างบ้านหลังนี้นำมาจากบ้านที่ใช้งบประมาณสร้างมากกว่า 10 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อไม่อยากให้เศษวัสดุที่เหลือต้องสูญเปล่าหรือทิ้งไปโดยไร้ประโยชน์”

บ้านหลังนี้ทำให้ผมนึกถึงภาษิตบทหนึ่งของชาวเมืองเว้ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของเวียดนามที่ว่าบ้านไม่มีสวน (ต้นไม้) ก็เหมือนคนไม่สวมใส่อาภรณ์โดยชาวเวียดนามจะเรียกบ้านลักษณะนี้ว่า หย่าเรือน หรือ บ้านสวน ซึ่งก็คือการสร้างบ้านท่ามกลางกำแพงที่ต้นไม้สูง อย่างต้นหูกวาง ขนุน มะม่วง ไผ่ หรือไม้ผลอย่างส้มเกลี้ยง มังคุด ต้นหม่อน ต้นตะโก เป็นต้น นอกจากนี้ยังรวมถึงการปลูกพืชสมุนไพรต่างๆด้วยบ้านสวนของชาวเว้จึงไม่ใช่สวนผลไม้ที่มุ่งเก็บดอกผลไปขาย หากคือบ้านอยู่อาศัยที่แนบชิดเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ  เพราะเว้ถือว่าบ้านสวนทำให้ทิวทัศน์ธรรมชาติเด่นขึ้น และเสริมให้ตัวบ้านดูสง่างาม เช่นเดียวกันกับบ้านหลังนี้ ตัวบ้านจะแวดล้อมด้วยสวนส้ม พืชผักนานาชนิด และไม้ยืนต้นชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นแนวคิดของ คุณสุวรรณา       อาริยพัฒนกุล เจ้าของบ้านผู้ที่รักต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ


เจ้าของบ้านผู้ที่รักต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ ดังนั้นเมื่อเราเดินผ่านประตูรั้วบ้านเข้ามา จึงได้กลิ่นของต้นแมงลักโชยเข้าจมูก รั้วบ้านปลูกถี่วฝักยาวและต้นชะพลูเต็มตามรั้ว ลึกเข้าไปเป็นแปลงผักชนิดต่างๆ บริเวณรั้วด้านในปลูกต้นกล้วยยืนตระหง่านเป็นแนว ผสานด้วยเสียงไก่และเสียงเป็ดที่ร้องระงมอยู่ในเล้า ภาพและเสียงของธรรมชาติเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นบนเนื้อที่ 2 ไร่แห่งนี้ ส่วนตัวบ้านนั้น คุณสุวรรณาบอกว่า ใช้งบประมาณในการก่อสร้างน้อยมาก เพราะใช้วัสดุเก่าที่เหลือจากการสร้างบ้านเรือนไทยหลังใหญ่เกือบทั้งหมด แล้วให้ คุณคทาชัย  ผัสกุล เป็นผู้ออกแบบบ้านให้มีลักษณะสบายๆและไม่เป็นทางการมากนักซึ่งก็เป็นที่พอใจและชื่นชอบของเจ้าของบ้านมากทีเดียว 
 สำหรับภายในตัวบ้านจะมีบรรยากาศที่เบาสบาย เพราะเจ้าของบ้านสร้างบ้านหลังนี้ไว้เพื่อมาพักผ่อนและใช้รับรองเพื่อนฝูงหรือบรรดาญาติพี่น้อง ส่วนการแบ่งพื้นที่ใช้สอยนั้น เริ่มจากประตูทางเข้า  ด้านขวามือคือแพนทรี่เล็กๆ ถัดเข้าไปด้านในคือบริเวณนั่งเล่น รับแขกที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ลำใหญ่ ซึ่งแสดงถึงความตะวันออกอย่างัดเจน ด้านซ้ายมือเป็นส่วนรับประทานอาหารมุมนั่งเล่นดูปลา ในสระที่ขุดไว้บริเวณใต้ถุนบ้าน สระน้ำนี้นอกจากจะให้ความเพลิดเพลินแล้ว ยังช่วยปรับอุณหภูมิภายในบ้านให้เย็นสบายเพิ่มมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ผนังของบ้านทั้งหมดเป็นกระจกใส เพราะเจ้าของบ้านต้องการเห็นธรรมชาติของสวนภายนอกได้ในทุกมุมของบ้าน  ชั้นสองคือพื้นที่ที่ใช้พักผ่อนซึ่งมีเพียงห้องนอน 2 ห้องและห้องดูทีวีเท่านั้น โดยทุกห้องสามารถมองเห็นสวนได้ทั้งหมด ลักษณะเด่นของบ้านหลังนี้อยู่ที่การผสมผสานของวัสดุเช่นกระเบื้องหินแกรนิต หินอ่อน และไม้ ที่สามารถนำตกแต่งให้ดูกลมกลืนกันได้ แม้กระทั่งหลังคาก็ใช้กระเบื้องลอนเล็กที่ดูไม่หรูหรานัก จึงทำใหแขกมาเยือนรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง ส่วนเฟอร์นิเจอร์  แม้จะดูใหญ่สักหน่อย

เนื่องจากเจ้าของบ้านต้องการเน้นความสบายเป็นหลัก แต่มัณฑนากรช่วยลดความอึดอัดลงด้วยการเปิดผนังบ้านเป็นช่องโล่งเพื่อดึงดูดความสนใจให้ออกไปนอกบ้าน ทั้งนี้เพราะความโล่งกว้างและสีเขียวของสวนจะช่วยลดความแออัดของเฟอร์นิเจอร์ในบ้านได้ คุณสุวรรณาบอกว่าบ้านหลังนี้อาจเรียกได้ว่าบ้านสูงสุดสู่สามัญเพราะว่าวัสดุที่นำมาสร้างบ้านหลังนี้นำมาจากบ้านที่ใช้งบประมาณสร้างมากกว่า 10 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อไม่อยากให้เศษวัสดุที่เหลือต้องสูญเปล่าหรือทิ้งไปโดยไร้ประโยชน์ แต่เมื่อนำมาสร้างบ้านหลังนี้ในงบประมาณที่จำกัด กลับได้บ้านที่ถูกใจมากๆ ทั้งนี้ขอยกความดีความชอบให้กับผู้ออกแบบ ที่ช่างคิด่างทำและสนใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆจนงานออกมาได้อย่างน่าพอใจเช่นนี้

 
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น